วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Corporation features

Corporation features ลักษณะสำคัญของบริษัท

1.Seperate Legal Entity เป็นนิติบุคคลแยกกับเจ้าของ(ผู้ถือหุ้น)ทางกฎหมาย

2.Continueous Life and Transferability of Ownership บริษัทยังสามารถ
ดำเนินการต่อไปได้ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนเจ้าของ

3.Limited Liability ผู้ถือหุ้น รับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทอย่างจำกัด

4.Seperation of ownership and Management เจ้าของ(ผู้ถือหุ้น)
ไม่จำเป็นต้องบริหารบริษัทเอง

5.Corporate Taxation แยกหน่วยภาษี ทำให้ภาษีส่วนบุคคล ลดลง

6.Government Regulation เนื่องจากความรับผิดในหนี้อย่างจำกัดรัฐบาล
จึงต้องมีการควบคุม โดยเฉพาะบริษัทที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชน จะต้อง
มีการรายงานข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ให้ทราบ ตามที่ ตลาดหลักทรัพย์กำหนด

วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Contingent Liabilities

 Contingent Liabilities คือ ภาระผูกพันหรือหนี้สินที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคต

ไม่จดบันทึกในบัญชีจนกว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่นอนที่เหตุการณ์
นั้นจะเกิดขึ้นและสามารถประมาณภาระผูกพันเป็นจำนวนเงินได้

ดังนั้น Contingent Liabilities จะต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เมื่อ
  • มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาระหนี้สินซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินในอนาตคที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท หรือ
  • ภาระผูกพัน ในปัจจุบัน ยังไม่มีความแน่นอนว่าบริษัทจะต้องจ่ายหรือไม่ หรือ
  • ไม่สามารถที่จะประมาณมูลค่าภาระผูกพันในปัจจุบันอย่างมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ
ตัวอย่างของ Contingent Liabilities คือ หนังสือค้ำประกัน,  วงเงินเลตเตอร์ออฟเครดิตและทรัสต์รีซีท

ตัวอย่าง งบการเงิน มติชน 2556 ลองดูหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 30



PPE and Intangible Assets (1)


ชนิดของ สินทรัพย์ระยะยาว (Non-Current Assets) แบ่งคร่าวๆได้เป็น 3 ประเภท
1.Property, Plant and Equipment (PPE) ที่ดิน อาคาร โรงงาน เครื่องจักร
2.Intangible Assets สินทรัพย์ไม่มีตัวตน
3.Other Non-Current Assets สินทรัพย์ระยะยาวอื่นๆ


PPE และ สินทรัพย์ไม่มีตัวตน จะรับรู้ต้นทุน เมื่อ
1. มีความเป็นไปได้ที่สินทรัพย์นั้นจะสร้างรายได้ในอนาคตให้กับบริษัท
2. ค่าใช้จ่ายของสินทรัพย์นั้นสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ

มาเริ่มต้นที่ PPE ก่อนแล้วกัน 
ต้นทุนของสินทรัพย์มีนิยามทางบัญชีคือ เป็นต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะทำให้สินทรัพย์นั้นพร้อมใช้งาน ซึ่งตาม IAS16 กำหนดดังนี้
  • ราคาซื้อ รวมกับภาษีนำเข้า และภาษีซื้อที่เรียกคืนไม่ได้ ภายหลังจากการหักลบ ส่วนลดการค้าและส่วนลดอื่นๆ 
  •  ต้นทุนทางตรงที่นำสินทรัพย์นั้นไปยังตำแหน่งและสภาพแวดล้อมที่จำเป็นเพื่อให้พร้อมใช้งาน

ตาม IAS16 ได้ให้ตัวอย่างของต้นทุนทางตรงไว้ ดังนี้
  • ค่าจ้างพนักงานในการสร้างหรือประกอบสินทรัพย์
  • ค่าใช้จ่ายในการเตรียมสถานที่
  • ค่าขนส่งและค่าจัดการ
  • ค่าประกอบติดตั้ง
  • ค่าทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าสินทรัพย์สามรถใช้งานได้ตามที่ต้องการ
  • ค่าวิชาชีพ



Expense vs Assets

Expense vs Assets (ค่าใช้จ่าย กับ สินทรัพย์)

ค่าใช้จ่าย และ สินทรัพย์ แตกต่างกันอย่างไร ??

สินทรัพย์คือ สิ่งที่สร้าง ผลประโยชน์ในอนาคตให้กับบริษัท
โดยมีระยะเวลาใช้งานมากกว่า 1 ปี
ค่าใช้จ่าย คือ ส่วนที่ใช้จ่ายไปเพื่อให้เกิดรายได้ในปีนั้นๆ



ทำไมต้องมีการแบ่งระหว่าง ค่าใช้จ่ายและสินทรัพย์
เราต้องแยกสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายออกจากกัน 
เนื่องจาก สินทรัพย์จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 
ถ้าเราบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อ
สินทรัพย์ในปีนั้นๆ สูงมาก ทำให้ปีนั้นอาจจะขาดทุนมาก 
หรือกำไรลดลงมาก ส่วนปีถัดไป ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายใน
ส่วนนี้ทำให้ กำไรสูงขึ้นมาก ทำให้งบการเงินที่แสดงนั้น
 ไม่สะท้อน การใช้งานจริงของสินทรัพย์นั้นๆ จึงเกิดแยก
ระหว่างสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายขึ้นมา และ การคิดค่าใช้จ่าย
 จะเป็นการคิดแบบทยอยตัดไป ตามอายุการใช้งานที่ คาด
ว่าจะใช้งาน และถูกเรียกว่าค่าเสื่อมราคา เพราะฉะนั้น การคิด
ค่าเสื่อมราคา จึงเป็นการ ประมาณ การเฉลี่ยค่าใช้จ่ายกระจาย
ไปแต่ละปีที่ใช้งาน